สถานการณ์ตึงเครียดปะทุขึ้นหน้า ธนาคารกลางกัมพูชา (NBC) เมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา หลังชาวจีนหลายสิบคนรวมตัวประท้วง เรียกร้องให้ทางการปลดล็อกบัญชีบนแพลตฟอร์มการเงินดิจิทัล H-Pay หรือชื่อเดิม Huione Pay ซึ่งถูกระงับการใช้งานมานานหลายเดือน
ผู้ประท้วงระบุว่าไม่สามารถเข้าถึงเงินของตนเองได้ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 ส่งผลให้เกิดความไม่พอใจและนำไปสู่การปะทะกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 2 ราย
สารบัญบทความ
บัญชีถูกแช่แข็ง-ผู้ใช้เดือดร้อนวงกว้าง
กลุ่มผู้ชุมนุมทั้งหมดเป็นผู้ใช้งานแพลตฟอร์ม H-Pay ซึ่งอยู่ภายใต้ Huione Group โดยระบุว่าบัญชีถูกระงับโดยไม่มีความชัดเจนเรื่องระยะเวลาและแนวทางการคืนเงิน ทำให้ผู้ใช้งานจำนวนมากตกอยู่ในสถานะ “เงินหายแต่ยังไม่รู้ชะตา”
Huione Group เป็นกลุ่มธุรกิจที่ดำเนินกิจการหลากหลาย ตั้งแต่บริการชำระเงิน ตลาดออนไลน์ ไปจนถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัล และมีความเชื่อมโยงกับบุคคลในแวดวงการเมืองกัมพูชา
ปมสหรัฐฯ ชี้เกี่ยวข้องฟอกเงินคริปโต
ประเด็นที่ทำให้กรณีนี้ถูกจับตาในระดับนานาชาติ คือข้อกล่าวหาจาก Financial Crimes Enforcement Network (FinCEN) หน่วยงานภายใต้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่เคยระบุว่า Huione Group มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ
กิจกรรมที่ถูกกล่าวหา ได้แก่
- การสนับสนุนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ประเภท “Pig Butchering” หลอกลงทุนคริปโต
- การเชื่อมโยงกับเครือข่ายพนันออนไลน์
- การใช้ Stablecoin เช่น USDT เป็นช่องทางโอนเงินข้ามประเทศ
- การให้บริการ OTC คริปโตโดยหลีกเลี่ยงมาตรการ KYC/AML
รายงานจากบริษัทวิเคราะห์บล็อกเชนหลายแห่งยังชี้ว่า กระเป๋าเงินดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มนี้มีมูลค่าธุรกรรมรวมระดับ “หลายหมื่นล้านดอลลาร์” สะท้อนบทบาทในฐานะศูนย์กลางการเงินสีเทาในภูมิภาค
แบงก์ชาติกัมพูชา: ให้ไปดำเนินการตามกฎหมาย
ด้านธนาคารกลางกัมพูชาออกแถลงการณ์ยืนยันว่า ได้เพิกถอนใบอนุญาตธุรกิจของแพลตฟอร์มในเครือ Huione Group แล้ว พร้อมแนะนำให้ผู้ได้รับผลกระทบดำเนินการผ่านกระบวนการทางศาล
สำหรับผู้ที่เป็นเจ้าหนี้ สามารถยื่นคำร้องต่อผู้ชำระบัญชีภายใน 30 วัน โดยต้องจัดเตรียมเอกสารประกอบให้ครบถ้วน
ท่าทีดังกล่าวสะท้อนว่า ทางการเลือกใช้กรอบ “กฎหมายล้มละลาย” มากกว่าการเยียวยาเร่งด่วน ซึ่งหมายความว่าการคืนเงินอาจใช้เวลานาน และไม่มีหลักประกันว่าผู้ใช้งานจะได้รับเงินคืนเต็มจำนวน
สัญญาณเตือนวงการคริปโตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กรณี Huione Group กลายเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความเสี่ยงใน “ระบบการเงินสีเทา” ที่เชื่อมโยงกับคริปโตเคอเรนซี โดยเฉพาะการใช้ Stablecoin เป็นเครื่องมือหลบเลี่ยงระบบธนาคาร
เหตุการณ์นี้อาจเร่งให้หลายประเทศในภูมิภาค รวมถึงไทย เดินหน้ายกระดับมาตรการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลให้เข้มงวดมากขึ้น เพื่อป้องกันการใช้คริปโตเป็นช่องทางของอาชญากรรมทางการเงินในอนาคต
Cr.bitcoinaddict
—————————————————–
เพิ่มเพื่อนรับข่าวสารตลาดหุ้น Forex และบทความดีๆ ด้านการเงิน การลงทุน ฟรี !!
http://line.me/ti/p/%40zhq5011b
Line ID:@fxhanuman
Web : https://www.fxhanuman.com
Web : https://www.eluforex.com/
FB:https://www.facebook.com/review.forex.broker/
เยี่ยมชม partner ของเราที่ Eluforex รีวิวโบรกเกอร์ Forex
#forex #ลงทุน #peppers #xm #fbs #exness #icmarkets #avatrade #fxtm #tickmill #fxpro #fxopen #fxcl #forex4you



