การเข้ามาของสถาบันการเงินระดับโลกในธุรกิจรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล (Crypto Custody) กำลังเร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ในอีกด้านหนึ่ง ผู้เชี่ยวชาญกลับเริ่มตั้งคำถามว่าโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้อยู่ในปัจจุบันอาจยังไม่พร้อมรับมือกับภัยคุกคามจากเทคโนโลยี Quantum Computing ในอนาคต
รายงานล่าสุดจาก Taurus บริษัทเทคโนโลยีสินทรัพย์ดิจิทัลจากสวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่า แม้ธนาคารยักษ์ใหญ่จะเร่งลงทุนในธุรกิจ Custody สำหรับ Bitcoin และ Ethereum แต่ระบบที่ได้รับความนิยมอย่าง Multi-Party Computation (MPC) อาจเผชิญข้อจำกัดสำคัญ หากเครือข่ายบล็อกเชนต้องเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบเข้ารหัสแบบ Post-Quantum
สารบัญบทความ
ธนาคารยักษ์ใหญ่เร่งขยายธุรกิจ Custody
ช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 BNY ได้ประกาศเปิดให้บริการรับฝาก Bitcoin และ Ethereum ในอาบูดาบี ขณะที่ Standard Chartered ก็เตรียมเข้าถือครอง Zodia Custody อย่างเต็มรูปแบบ สะท้อนว่าธุรกิจรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังกลายเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของสถาบันการเงินระดับโลก
การเติบโตของกองทุน Bitcoin ETF และสินทรัพย์โทเคนต่าง ๆ ยิ่งทำให้บทบาทของ Custodian มีความสำคัญมากขึ้น เนื่องจากเป็นผู้ดูแล Private Key ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการควบคุมสินทรัพย์บนบล็อกเชน
Quantum Computing ความเสี่ยงที่ยังมาไม่ถึง แต่เริ่มถูกจับตา
ปัจจุบัน Bitcoin และ Ethereum ใช้ระบบเข้ารหัสแบบ Elliptic Curve Cryptography (ECC) ซึ่งปลอดภัยสำหรับคอมพิวเตอร์ทั่วไป แต่หากในอนาคตมี Quantum Computer ที่มีประสิทธิภาพสูงเพียงพอ และสามารถใช้อัลกอริทึม Shor’s Algorithm ได้อย่างสมบูรณ์ ระบบเข้ารหัสดังกล่าวอาจถูกถอดรหัสได้ในเวลาสั้น
แม้ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ประเมินว่าเทคโนโลยีดังกล่าวยังห่างไกล และอาจยังไม่เกิดขึ้นก่อนปี 2040 แต่การอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกต้องใช้เวลาหลายปี ทำให้หลายองค์กรเริ่มวางแผนรับมือกันตั้งแต่วันนี้
MPC และ HSM อาจมีอนาคตที่แตกต่างกัน
ระบบ Custody ในปัจจุบันแบ่งออกเป็นสองแนวทางหลัก ได้แก่
- MPC (Multi-Party Computation) แบ่ง Private Key ออกเป็นหลายส่วน กระจายเก็บไว้ในหลายระบบเพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกโจมตี
- HSM (Hardware Security Module) เก็บ Private Key ภายในฮาร์ดแวร์เฉพาะทางที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูง
รายงานของ Taurus ระบุว่า HSM สามารถรองรับอัลกอริทึมแบบ Post-Quantum ได้ผ่านการอัปเดตเฟิร์มแวร์ ขณะที่ MPC อาจต้องออกแบบโปรโตคอลใหม่เกือบทั้งหมด เนื่องจากระบบการคำนวณแบบหลายฝ่ายอาจไม่สามารถทำงานร่วมกับอัลกอริทึมเข้ารหัสบางประเภทได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Bitcoin ยังไม่สามารถเปลี่ยนระบบได้ทันที
อีกประเด็นสำคัญคือ แม้ผู้ให้บริการ Custody จะพร้อมอัปเกรดระบบ แต่เครือข่าย Bitcoin ไม่สามารถเปลี่ยนรูปแบบลายเซ็นดิจิทัลได้โดยฝ่ายเดียว
การเปลี่ยนผ่านจำเป็นต้องอาศัยการอัปเกรดโปรโตคอล การอัปเดตกระเป๋าเงินดิจิทัล และความเห็นชอบจากผู้ดูแลโหนดทั่วโลก ทำให้กระบวนการอาจใช้เวลาหลายปี โดยมีข้อเสนออย่าง BIP-360 และงานวิจัยด้าน Post-Quantum ของ Ethereum ที่กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา
นักวิเคราะห์เตือนอย่ามองข้าม แต่ไม่ควรตื่นตระหนก
แม้รายงานจะชี้ให้เห็นข้อจำกัดของ MPC แต่ก็มีข้อสังเกตว่า Taurus เป็นผู้พัฒนาโซลูชัน Custody ที่มีพื้นฐานจาก HSM จึงอาจมีผลประโยชน์ทางธุรกิจเกี่ยวข้อง และข้อสรุปดังกล่าวยังควรรอการตรวจสอบจากนักวิจัยอิสระเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากเห็นตรงกันว่า ภัยที่น่ากังวลในระยะใกล้อาจไม่ใช่การถูกเจาะ Bitcoin ทันที แต่เป็นการโจมตีแบบ “Harvest Now, Decrypt Later” ซึ่งผู้ไม่หวังดีสามารถเก็บข้อมูลที่เข้ารหัสไว้ในวันนี้ และรอถอดรหัสเมื่อเทคโนโลยี Quantum Computing พัฒนาถึงจุดที่เพียงพอในอนาคต
ด้วยเหตุนี้ การเตรียมความพร้อมด้าน Post-Quantum Cryptography จึงกำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทั้งวงการคริปโตและสถาบันการเงินทั่วโลกเริ่มให้ความสนใจมากขึ้น แม้ว่าภัยคุกคามดังกล่าวอาจยังอยู่ห่างออกไปอีกหลายปีก็ตาม
Cr.cryptoslate
———————————————————-
เพิ่มเพื่อนรับข่าวสารตลาดหุ้น Forex และบทความดีๆ ด้านการเงิน การลงทุน ฟรี !!
http://line.me/ti/p/%40zhq5011b
Line ID:@fxhanuman
Web : https://www.fxhanuman.com
Web : https://www.eluforex.com/
FB:https://www.facebook.com/review.forex.broker/
เยี่ยมชม partner ของเราที่ Eluforex รีวิวโบรกเกอร์ Forex
#forex #ลงทุน #peppers #xm #fbs #exness #icmarkets #avatrade #fxtm #tickmill #fxpro #fxopen #fxcl #forex4you



